ข่าวประชาสัมพันธ์

คุยกันวันเสาร์ กับนายกสภากายภาพบำบัด : ยาย ( ทุกความประทับใจและคุณค่าของวิชาชีพหาอ่านได้ที่นี่ )



ตอนเรากดกริ่งซ้ำเป็นหนที่สามเพราะไม่ได้ยินเสียงใดจึงไม่แน่ใจว่ากริ่งบ้านนี้เสียหรือเปล่า แล้วส่งเสียงบอกว่า กายภาพบำบัดมาเยี่ยมบ้าน

เขย่งดูที่ช่องลูกกรงรั้ว เห็นยายทำขันน้ำตก น้ำหกนองพื้น แต่ไม่สนใจเก็บ รีบร้อนเดินก้าวถี่ๆออกมา ร้องขอโทษขอโพย เกรงใจที่มาเปิดประตูช้า เราแนะนำตัว ยายพูดรับคำแบบลนๆ ตื่นเต้น หากคำพูดนั้นใสซื่อทั้งเนื้อความ แววตา และน้ำเสียง

ยายพาเราเข้าไปดูหลานที่นอนกองอยู่บนเตียง บ้านเก่า ไม่มีเครื่องเรือนทันสมัยอะไร แต่สะอาดสะอ้านนัก ทิ้งเราไว้ข้างเตียง กระวีกระวาดไปเปิดตู้เย็นนำน้ำมาให้ดื่ม เป็นน้ำใส่ขวดใสมียี่ห้อ ไม่ใช่จากขันสังกะสีแบบที่หล่นพื้นเมื่อกี้นี้หรอก ดูรู้ชัดว่ามีไว้ให้แขกสำคัญดื่มเท่านั้น

เราซักถามประวัติเจ็บป่วยของหลาน ฟังความได้ว่า ล้มหมอนนอนเสื่อมาตั้งแต่สงกรานต์ ก่อนหน้านั้นเมื่อหลังน้ำท่วม บ่นปวดแขนขวา แต่หลานสาวก็อดทนไปเรียนไปสอบจนจบเทอมปลายมัธยมสามเมื่อต้นปี ทั้งที่แขนก็อ่อนแรงลงเรื่อยๆจนใช้ไม่ได้

จากนั้นก็พากันตระเวนรักษามาหลายโรงพยาบาลทั่วกรุง ยายเชื่อมั่นในโรงพยาบาลที่รักษาในหลวง จึงพามาฝากชีวิตไว้เป็นที่สุดท้าย

ปลายหน้าร้อน โรครุมเร้าหลานรักจนทั้งร่างกายสิ้นแรงปวกเปียก สุดท้ายแม้นั่งทรงตัวก็ไม่ได้ หมอบอกว่าเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองแบบที่กัดกินไขสันหลัง ทำให้เส้นประสาทเสื่อมจนขยับเขยื้อนแขนขาไม่ได้

ยายไม่เข้าใจหรอกว่ามันคือโรคอะไร แล้วกรรมเวรใดใครทำไว้หนอ ที่สาปให้เจ้าแก้วตาดวงใจต้องทุกข์ทน

ไม่ตายแต่เหมือนตาย ตายทั้งเป็นเพราะเจ้ายังรับรู้รับเห็นได้ทุกอย่าง เคราะห์ซ้ำ ปอดกับหัวใจได้อากาศอาหารเลี้ยงไม่พอ หมอต้องเจาะคอเพื่อใส่สายท่อออกซิเจน จึงไม่มีเสียงพูดจา สื่อสารกันยากลำบากเข้าไปอีก

พ่อแม่ต้องไปทำงานทุกวัน ยายก็แก่ย่างเจ็ดสิบปีแล้ว แม้เคยแข็งแรงแต่ก็ไม่เหมือนเก่า ทั้งวันเทียวทำโน่นนี่ให้เจ้า ทั้งสิ่งที่หมอสั่งไว้และที่คิดเองว่าต้องทำ ตั้งแต่เรื่องกิน เรื่องถ่าย ร้อนหนาว อาบน้ำ ผลัดผ้าอ้อม พลิกตัว ตรวจตราสายท่อ ดูดเสมหะ ทุกอย่างนี้วันละหลายเวลา ทำมาไม่ขาดตั้งแต่หลานกลับมาอยู่บ้าน สามเดือนผ่านมาแล้ว

ยายทำทุกอย่างได้ดีจริงๆ นักกายภาพบำบัดตรวจดูข้อต่อแขนขา ไม่มีตรงไหนติดยึด ไม่มีแผลกดทับ เนื้อตัวสะอ้านสะอาด ท่อออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะอยู่ถูกที่ถูกทาง ทำงานสมบูรณ์ นั่นบอกชัดว่าคนที่ดูแล ใส่ใจรักใคร่คนที่นอนอยู่มากแค่ไหน

แม้ปากจะบอกเกรงใจที่ยังไม่ได้เปลี่ยนผ้าอ้อมให้ใหม่ เหม็นไหมคุณหมอ หลานฉันเขาชอบกินของรสจัดหน่อย เมื่อวานกินผัดเผ็ดปลาดุกกรอบ ฉันตำน้ำพริกเอง ป้อนจนหมดชาม เขาไม่ดื้อหรอก ถ้าคุยกันดีๆยอมทำยอมทนเจ็บได้ ปากพูดไปตาก็มองจับจ้องอยู่ว่าเขาจะทำให้หลานฉันเจ็บไหม นักกายภาพที่โรงพยาบาลสอนมา ให้ขยับข้อยืดเอ็นอย่างนั้นอย่างนี้ ฉันทำทุกวัน ทำให้ดูก็ได้ ทำอย่างนี้ถูกไหม ทำอย่างนั้นถูกไหม

เราเริ่มตรวจแรงกล้ามเนื้อ หนูน้อยเธอมีแรงหรือเปล่า ลองนึกขยับตามเรา ยก เหยียด ดัน ต้าน ได้บ้างไหม ยายบอกไม่ได้เลย ไม่ได้เลย ขยับไม่ได้เลย เราบอกว่า เอ๊ะ เริ่มได้แล้วนะ ปลายเท้านี่ไง ถีบลงกระดกขึ้นได้ แม้แค่นิดหน่อยแต่ขยับข้อเท้าได้แล้ว

ยายตะลึง ตาจ้องเป๋งพลางรำพึง ได้จริงๆด้วยคุณหมอ หลานฉันดีขึ้น ดีขึ้น จะหายใช่ไหม จะหายเมื่อไหร่

เราว่า เห็นแบบนี้เริ่มมีฟื้นตัวแล้วต้องตั้งใจ อย่าให้ยายยกแขนขาให้อย่างเดียว หนูต้องช่วยออกแรงตามด้วย ขยับตรงไหนได้ทำให้บ่อย ตรงไหนยังไม่ได้นึกคิดพยายามออกแรงช่วยมากๆ ที่คอนี่ก็ต้องเคลื่อนต้องไหว ไม่ให้ข้อต่อยึด

หันมาพูดว่า ยายอยู่บ้านดูหลานทั้งวัน ช่วยกันทำแบบนี้หน่อยได้ไหม

เห็นยายยืนน้ำตาคลอ ดีใจจริงหนอ---นักกายภาพบำบัดมา หลานฉันจะหาย

ขอคารวะนักกายภาพบำบัดชุมชนทุกท่าน



กภ. มัณฑนา วงศ์ศิรินวรัตน์

นายกสภากายภาพบำบัด

เสาร์ 23 สิงหาคม 2555

หากมีข้อคิดเห็น ส่งเมล์มาคุยกันได้ที่ [email protected]

บทความนี้โพสต์ใน http://www.facebook.com/mantanaptpt และ http://www.pt.or.th/talk-saturday.php


  File Attach

โพสโดย วันที่ 2012-08-28 00:00:00    เปิดดู 1396 ครั้ง