ประวัติวิชาชีพกายภาพบำบัด
คำว่า “กายภาพบำบัด” ภาษาอังกฤษใช้คำว่า “Physical therapy หรือ Physiotherapy” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้อธิบายความหมายไว้ว่า หมายความถึง “การรักษาโรค โดยอาศัยวิธีการทางฟิสิกส์แทนการใช้ยา” โดยวิธีการทางฟิสิกส์ (Physics) ที่จะนำมาใช้ในการรักษาโรคนั้น คือ การนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์กายภาพเกี่ยวกับสสารต่างๆ และพลังงาน เช่น การเคลื่อนที่ แรง มวล คลื่น ความร้อน ความเย็น กระแสไฟฟ้า แม่เหล็กไฟฟ้า พลังงานกล แสง เสียง ฯลฯ มาใช้หรือประยุกต์ใช้ในการบำบัดรักษาโรคให้แก่มนุษย์ และวิธีการดังกล่าวจะต้องไม่ใช่การใช้ยาหรือการผ่าตัด อีกทั้งพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ยังได้อธิบายคำว่า “กายภาพบำบัด” เพิ่มเติมไว้อีกว่า หมายความถึง “การบำบัด ป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูความบกพร่องของร่างกาย ที่เกิดเนื่องจากภาวะของโรคหรือการเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติ” ซึ่งคำอธิบายดังกล่าวข้างต้นในทั้งสองกรณีนี้สอดคล้องกับ “การประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด” ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. 2547 ซึ่งอธิบายคำว่า “วิชาชีพกายภาพบำบัด” ไว้ หมายความว่า วิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจประเมิน การวินิจฉัย และการบำบัดความบกพร่องของร่างกายซึ่งเกิดเนื่องจากภาวะของโรคหรือการเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติ การป้องกัน การแก้ไขและการฟื้นฟูความเสื่อมสภาพความพิการของร่างกาย รวมทั้งการส่งเสริมสุขภาพร่างกายและจิตใจ ด้วยวิธีการทางกายภาพบำบัดหรือการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่รัฐมนตรีประกาศโดยคำแนะนำของคณะกรรมการให้เป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์กายภาพบำบัด สำหรับวิธีการทางกายภาพบำบัด อาทิ การออกกําลังกายเพื่อการรักษา (Therapeutic exercise) การออกกําลังกายเพื่อการป้องกันและการส่งเสริมสุขภาพ การนวด การดัดและการดึง การรักษาด้วยความร้อนและความเย็น (Therapeutic heat and cold) และเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางกายภาพบำบัด อาทิ เครื่องกำเนิดความร้อนลึกด้วยคลื่นสั้น (Shortwave diathermy machine) เครื่องกระตุ้นกระแสไฟฟ้า (Electrical stimulator)
“สภากายภาพบำบัด” จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. 2547 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2547 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่สำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมการประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด อีกทั้งกำหนดและควบคุมมาตรฐานการประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด และควบคุมมิให้มีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากบุคคลซึ่งไม่มีความรู้ อันก่อให้เกิดภัยและความเสียหายแก่ประชาชน
การประกาศใช้พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. 2547 ถือเป็นหนึ่งหมุดหมายสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของวิชาชีพกายภาพบำบัดในประเทศไทย บทความนี้จะมาย้อนรอยประวัติศาสตร์เพื่อให้ทราบถึงพัฒนาการของวิชาชีพกายภาพบำบัดในช่วงที่ผ่านมา ก่อนที่จะเป็นดังเช่นทุกวันนี้กัน
พุทธศักราช 2490
ศาสตราจารย์ นายแพทย์เฟื่อง สัตย์สงวน ซึ่งถือว่าเป็น บิดาแห่งวิชาชีพกายภาพบำบัดไทย และเป็นศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลศิริราช เป็นผู้ริเริ่มนำเครื่องมือและวิธีการทางกายภาพบำบัดมาใช้ดูแลผู้ป่วย ด้วยเห็นว่า ภายหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์มีการฟื้นตัวช้าและมีปัญหาข้อต่อยึดติดมาก จึงใช้วิธีการทางกายภาพบำบัดมาเพื่อช่วยให้การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายของผู้ป่วยหลังผ่าตัดดีขึ้น